หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 วิธีสั่งซื้อสินค้า

กลุ่มสินค้า

 เหล็กไหลวัชรธาตุ
 เหล็กไหลสีทองท้องปลาไหล
 เหล็กไหลเงินยวง
 เหล็กไหลโกฏิปี
 เหล็กไหลแก้ว
 เหล็กไหลสุริยัน
 เหล็กไหลงอก
 เหล็กไหลย้อย
 เหล็กไหล 7 สี
 เหล็กไหลต่างดาว
 เหล็กไหลเพลิง
 ลูกสะกดเหล็กไหล
 หัวใจโคตรเหล็กไหล
 เพชรไหลดำ (ทองคำดำ)
 เหล็กไหลนาคราช
 เหล็กไหลงอก รูปแบบช่อ
 พระแกะ เหล็กไหล
 พระแกะ เหล็กไหลหลังธรรมชาติ 7 สี
 เครื่องประดับ เหล็กไหล
 พระนั่งแร่เหล็กไหล
 แหวนเหล็กไหล
 เหล็กไหลธรรมชาติ (ขนาดตั้งบูชา)
 พระแกะแร่เนื้อทอง
 เหล็กน้ำพี้
 พระธาตุ
 พระแกะหินพระธาตุ
 สมเด็จหินพระธาตุ
 สมเด็จวงพระจันทร์ฉัพพรรณรังสี
 พระบูชาหินพระธาตุ
 ประคำมือ หินพระธาตุ
 ปรอทหุง ( ปรอทสำเร็จ )
 ปรอทดิบ ( ปรอทน้ำ )
 ปิรามิด
 สร้อยประคำ 108
 สินค้าอื่นๆ
Custom Search
เฟสบุ๊ค...
ทวิตเตอร์
youtube...
เช็คพัสดุของท่านได้ที่นี้ครับ...
สภาพอากาศวันนี้ครับ...
 
  เว็บบอร์ด
 
วิธีเลือกดูเหล็กไหลเบื้องต้นสำหรับเหล็กไหลธรรมชาติ(ขนาดเล็กและขนาดบูชา)

วิธีการเลือกดูเหล็กไหลในเบื้องต้นสำหรับเหล็กไหลธรรมชาติ

ก่อนอื่นให้ดูว่าเป็นเหล็กไหลที่ยังมีพลังชีวิตอยู่หรือเป็นเหล็กไหลตายซาก

เหล็กไหลตายซาก ก็คือเหล็กไหลที่ไม่มีพลังชีวิตแล้ว การดูเหล็กไหลว่าเป็นเหล็กไหลตายซากหรือไม่ ดูจากชิ้นธรรมชาติที่ไม่ได้มีการเจียรหรือขัดผิวใดๆ ให้ดูที่ผิวและน้ำหนัก หากเหล็กไหลชิ้นนั้นสีดูซีดแห้งกระด้าง หรือน้ำหนักเบาราวกับว่าเป็นเหล็กกร่อน นั่นคือลักษณะของเหล็กไหลตายซาก คือไม่มีจิตวิญญาณครองอยู่แล้ว หากเหล็กไหลชิ้นนั้นมีความแวววาว จะมีสีหรือไม่ขึ้นอยู่กับชนิด มีความวาวแวว เนื้อตัน แสดงถึงพลังชีวิตที่มีอยู่ในเหล็กไหล หากได้บูชามาแล้วมีการทำสมาธิส่งบุญให้ดวงจิตในเหล็กไหลเสมอแล้วเหล็กไหลมีความมันวาวเพิ่มขึ้น มีการงอกขึ้น หรือมีสีชัดเจนขึ้น แสดงถึงพลังชีวิตที่เพิ่มขึ้น ส่วนถ้าได้เหล็กไหลตายซากมาแล้วจะแก้ไขก็ต้องนำมาอธิษฐานจิตใส่เข้าไปก็จะมีพลังตามที่อธิษฐานจิต หากไม่ได้อธิษฐานจิตก็ไม่ต่างจากขี้เหล็กธรรมดา

เหล็กไหลที่มีการผลัดผิว มีการงอกเพิ่มใหม่ แสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโต ยังเกี่ยวกับพลังของเหล็กไหลด้วย

เหล็กไหลที่งอกใหม่จะมีพลังมาก

ปัจจุบันการให้ข้อมูลเหล็กไหล มีหลายสายต่างๆกันไป ทั้งชื่อและรูปแบบ การจะบูชาเหล็กไหล ควรศึกษาในลักษณะของเหล็กไหลชนิดนั้นๆให้ดีก่อนจะตัดสินใจ ว่าเหล็กไหลรูปแบบลักษณะนี้ใช่ชื่อตามนี้จริงหรือไม่

เช่นเหล็กไหล 7 สี จะมีลักษณะการงอกแบบใดบ้าง บางสำนักเรียกเหล็กไหล 7 สี ว่าเป็นเหล็กไหลจันทรา เพราะเป็นธาตุเย็น ชอบอยู่ในเขาที่มีบรรยากาศครึ้มเย็น ส่วนเหล็กไหลที่มีสีออกแดงก็จะเรียกเป็นเหล็กไหลสุริยัน เพราะเป็นธาตุร้อน บางสำนักก็ว่าเหล็กไหลช่อเงินยวง(แล้วจะนำภาพองค์ที่บูชาอยู่มาให้ชม) เป็นเหล็กไหลจันทรา เพราะเป็นภาคขาว เหล็กไหลทรหดเป็นเหล็กไหลสุริยัน เพราะเป็นภาคดำ หากต้องการบูชาเหล็กไหล ควรจะหาข้อมูลไว้บ้างจะได้เลือกบูชาได้ไม่ผิด

 

 

 
จากคุณ : gasnaka - [ 29 Jun 2011 03:42 ]  IP : 125.26.223.81  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 1

 

 

ขอสอบถามค่ะ แล้วเหล็กไหลสีทอง และสีเงินยวงนี้จัดว่าเป็นเหล็กไหลสุริยัน หรือเหล็กไหลจันทราคะ

                            ขอบคุณค่ะ ^^

 

 
จากคุณ : แม่ธาตุ - [ 30 Jun 2011 09:51 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 2

 

เหล็กไหลสุริยัน เป็นธาตุร้อน อย่างเช่นเหล็กไหลสีท้องปลาไหล ที่มีสีทองอมน้ำตาล หรือพวกเหล็กไหลเพลิง สีน้ำตาลอมแดง หรือถ้าจัดตามภาคเหล็กไหลสุริยันจัดเป็นภาคดำ เช่นเหล็กไหลทรหด

เหล็กไหลจันทรา เป็นธาตุเย็นหรือภาคขาว เช่นเหล็กไหลเงินยวง หรือเหล็กไหล 7 สีเขาอึมครึม

การจัดแบ่งประเภทของแต่ละสำนัก ก็ขึ้นอยู่กับการจัดตามธาตุหรือตามภาคสีค่ะ

ที่คุณแม่ธาตุถาม เหล็กไหลสีทอง เป็นสีทองแบบไหนคะ เป็นสีทองแบบท้องปลาไหลหรือสีทองแบบทองคำ

หาเป็นเหล็กไหลสีทองแบบทองคำ หาได้ยากมากๆ เพราะเป็นเหล็กไหลที่มีจิตพญานาคหรือเทพพรหมชั้นสูงดูแลอยู่  จะไม่สามารถใช้การตัดได้ ต้องใช้วิธีอธิษฐานขอ จึงเรียกกันว่า เหล็กไหลบารมี แบบนี้จัดเป็นเหล็กไหลจันทราค่ะเป็นธาตุเย็น

ขอโทษด้วยนะคะที่เข้ามาตอบช้าค่ะ 

ความรู้ที่ได้นี้เพราะได้แฟนเป็นครู หรือจะว่าได้ครูเป็นแฟนดี อิอิ

 
จากคุณ : gasnaka - [ 1 Jul 2011 02:34 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 3

สรุปว่าดีทั้งสองอย่างเลยค่ะคุณ Gas อิ อิ

ที่ถามเพราะว่า เราบุชาหินคลอนหินที่วัดสันป่ายางหลวง จังหวัดลำพูน

แล้วทุบได้เหล็กไหลสีทองตามภาพนี้มาค่ะ ทางวัดให้บูชา 5,000 บาท แต่ว่าเราทุบมาได้จากหินคลอนที่บูชาเพียง 499 บาทค่ะ  ดีใจมาก ๆ เลย

ตอนท่านอยู่ในหินดูเหมือนสีเงินยวงแต่แล้วค่อย ๆ กลายเป็นสีทองอ่อน ๆ แปลกดีค่ะ ทุบดูกับเพื่อนเป็นวงเลย เฮกันใหญ่

ได้ให้ผู้มีตาในตรวจดูหลายท่านบอกว่าเป็นญาณพญานาครักษาอยู่น่ะค่ะ ( เป็นองค์ท่านที่เป็นแท่นบรรทมพระนารายณ์ )

เลยอยากถามว่าจัดเป็นเหล็กไหลชนิดไหนค่ะ ตามข้อมูลนี้น่าจะเป็นแบบจันทรานะคะ

                            ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ ^^

           

 

 
จากคุณ : แม่ธาตุ - [ 1 Jul 2011 20:53 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 4

ขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดหนึ่งเกี่ยวกับเหล็กไหลบารมี  ตามที่ทราบมานะคะ

เหล็กไหลบารมี  ผู้ดูแลจะเป็นพวกกายทิพย์ ซึ่งเก็บรักษาไว้ จะไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าจนกว่าท่านจะมอบให้ จึงจะปรากฏเป็นธาตุ 4 ให้เห็น

การอธิษฐานขอ จะได้ในขณะที่อธิษฐานขอ  หากท่านจะมอบให้  จะมาปรากฏในพานขันธ์ 5 

หรือในมือ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายที่เรารู้สึกได้   เท่าที่ทราบยังไม่เคยพบว่าเหล็กไหลน้ำหนึ่งอยู่ในหิน  หรือมีก้อนหินหุ้มอยู่   ถ้าจะมีปรากฏก็จะเจอในรังเหล็กไหล โดยมีแก้วขนเหล็กหุ้มองค์เหล็กไหลไว้อีกชั้นหนึ่ง

เหล็กไหลน้ำหนึ่ง  ผิวจะเรียบมันสะอาดแวววาวอยู่เสมอ  จะไม่เป็นสนิมแม้ผ่านการแช่น้ำมานาน  หากเกิดรอยจากการขีดข่วน  รอยนั้นจะหายไปเอง  แสดงให้เห็นถึงพลังชีวิต ค่ะ

เป็นการแชร์ความรู้กันนะคะ โดยส่วนตัวจะชอบเหล็กไหลแบบธรรมชาติ เพราะเราสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงแสดงให้เห็นถึงพลังชีวิต  นอกจากนี้ยังเป็นกำลังใจในการปฏิบัติของเราด้วย  เพราะหากเหล็กไหลมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นก็เป็นกำลังใจกับเราค่ะ

ไม่รู้เวปเป็นอะไร ลงรูปไม่ได้เลย เมื่อวานจะลงเรื่องเหล็กไหลปลอม แต่ลงรูปไม่ได้ เลยลบไป โพสคุณแม่ธาตุก็รูปไม่ขึ้น เลยไม่ได้ชมบารมีเลย

เอาไว้ตั้งกระทู้ประสบการณ์เหล็กไหลแล้วมาแชร์ประสบการณ์กันดีกว่า

ดีไหมคะ

 

 
จากคุณ : gasnaka - [ 2 Jul 2011 01:56 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 5

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของคุณ Gas และทีมงานหน้าบ้านด้วยนะคะ อิ อิ

เหล็กไหลที่เราอธิษฐานและทุบได้มาจากหินมานั้น คือองค์ในภาพนี้ค่ะ

มีท่านผู้หนึ่งซึ่งฝังเหล็กไหลไว้ในร่างกายอยู่ด้วยขณะทุบหิน ได้ลองช่วยกำตรวจสอบและสื่อสารกับเหล็กไหลสีทององค์นี้ได้

ท่านผู้นั้นบอกว่าเป็นเหล็กไหลแน่นอน และมีญาณหรือดวงจิตพญานาครักษาอยู่ด้วย

ซึ่งได้ให้เพื่อนที่มีตาในแจ่มใสมากตรวจสอบซ้ำ โดยไม่ได้บอกอะไร

เพื่อนก็ยืนยันตรงกับท่านผู้ฝังเหล็กไหลว่าเป็นดวงจิตพญานาครักษาอยู่จริง ๆ น่ะค่ะ   

อย่างนั้นขอรบกวนถ้าคุณ Gas และคุณพ่อบ้าน  ถ้าพอมีเวลาช่วยตรวจสอบเหล็กไหลในรูปนี้ให้ซ้ำอีกทีค่ะ ว่าเป็นอย่างไร  แต่ไม่ว่าอย่างไรเราก็รักและผูกพันกับท่านไปเรียบร้อยแล้วค่ะ    อิ อิ        

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ

 
จากคุณ : แม่ธาตุ - [ 3 Jul 2011 00:56 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 6

หากรักและศรัทธาท่านก็ไม่ต้องตรวจหรอกค่ะ ไม่ว่าเหล็กไหลชิ้นนี้จะใช่หรือไม่ใช่ แค่คุณมีความรักความศรัทธาท่าน โดยเฉพาะพญานาคราช ท่านรู้และตามคุ้มครองคุณอยู่แล้วค่ะ

แล้วมีประสบการณ์อะไรบ้างยังคะ จะได้ตั้งกระทู้เล่าประสบการณ์เหล็กไหลกัน

อิอิ...ไม่รู้ว่าเป็นลูกหลานพญานาคเหมือนกันนะนี่

วันนี้ได้ชมแล้ว สวยงามมากค่ะ

 
จากคุณ : gasnaka - [ 3 Jul 2011 02:20 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูล
 
จากคุณ : Aim'ee - [ 25 Aug 2011 00:28 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 8

การเลือกก้อนเหล็กไหลธรรมชาติ ขนาดบูชา

ก้อนเหล็กไหลงอกขนาดบูชา  เวลาเลือกให้เลือกเป็นเนื้อเกรดเอ ดำ มันวาว เบื้องต้นก็เลือกตามที่เคยแนะนำไว้สำหรับเหล็กไหลธรรมชาติขนาดเล็ก  แต่สิ่งที่ต่างกันคือ ขนาดบูชาโดยส่วนใหญ่จะนำออกมาแบบตืดหิน   บางก้อนที่เคยเห็นเป็นหินเกือบทั้งก้อน หาเนื้อเหล็กไหลแทบไม่เจอ    ดังนั้นอานุภาพคุ้มครองของธาตุกายสิทธิ์จะมีอยู่เพียงนิดเดียว  สู้ก้อนเล็กๆแต่เป็นเนื้อเกรดเอทั้งก้อนไม่ได้

ฉะนั้นเวลาเลือกอย่าดูแต่ขนาดที่เห็น หรือราคาที่ให้บูชา  ให้ดูที่เนื้อด้วย  ให้ได้เป็นเนื้อเกรดเอหรือเนื้อที่กำลังจะเป็นเกรดเอ เพราะปัจจุบันเนื้อเกรดเอที่หนาๆหายากมาก หายากมากจริงๆ เพราะเนื้อเหล็กไหลไม่สามารถขึ้นเนื้อเกรดเอให้ได้ทัน

ฉะนั้นก้อนธรรมชาติที่เนื้อเกรดเอหนาๆ   อานุภาพการคุ้มครองป้องกันภัยไม่ต้องพูดถึง  แผ่ไปได้ไกล สามารถ คุ้มครองได้ทั้งบ้าน    วิญญาณร้ายหรือคุณไสย มนต์ดำ   เข้ามาไม่ได้ จะสลายไปหมด    ในบ้านจะร่มเย็นเป็นสุข

 
จากคุณ : gas - [ 24 Oct 2011 22:58 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 9

ก้อนเหล็กไหลขนาดบูชานี้ เป็นเนื้อเกรดเอและเนื้อที่กำลังแปรเป็นเนื้อเกรดเอทั้งหมด

รับรองว่าทั้งเนื้อและรูปทรง หายากและเป็นธรรมชาติมากๆ เพียงแต่ปัดและล้างฝุ่นหรือดินออกเท่านั้น และที่สำคัญมีพลังชีวิตทุกองค์

ขนาดบูชานี้ได้รับมาพักหนึ่งแล้ว ก็มีการเปลี่ยนแปลงให้เห็นอยู่หลายองค์ มีทั้งมันวาวขึ้น

มีทั้งขึ้นสีให้เห็นชัดเจน

แรกทีเดียวแก๊สอยากบูชาไว้เองทั้งหมด เพราะรู้ว่าเนื้อแบบนี้หาได้ยากแล้ว เมื่อไหร่อยากจะนำไปแกะขึ้นรูปเป็นพระ หรือรูปอะไรก็ได้ เพราะปัจจุบันหากไปสั่งช่างแกะอะไรที่เป็นเนื้อเกรดเอหนาๆ ช่างไม่สามารถหาเนื้อให้ได้แล้ว บางองค์ก็มีรูปทรงแปลกตาหายาก    การบูชาธาตุกายสิทธิ์  หากเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้น ธาตุกายสิทธิ์ท่านจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบา เพราะทุกสิ่งไม่เกินกรรม คุณต้อมจึงนำออกมาให้บูชากัน เพราะธาตุกายสิทธิ์ที่ขนาดบูชาใหญ่ๆ สามารถคุ้มครองป้องกันภัยได้ในครอบคลุมทั้งบ้าน ป้องกันวิญญาณร้าย และคุณไสย มนต์ดำ ให้สลายไปก่อนที่จะเข้าบ้าน

เรื่องลมเพลมพัด แรกทีเดียวเป็นเรื่องที่เราไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง ถ้าจะมีก็คงจะมีแต่ชายแดนเขมรล่ะมั้ง แต่ก็เกิดขึ้นจริงใน จ.เพชรบุรีที่เราอยู่นี้เอง พี่ๆน้องๆในพลังจิตหลายๆท่านก็คงจะได้รับทราบไปได้แล้ว และก็มีพยานยืนยันในเรื่องนี้ จะเล่าอีกครั้งเผื่อบางท่านจะยังไม่ทราบ     วันหนึ่งน้องคนหนึ่งโทรเข้ามาหา เล่าให้ฟังแล้วขอคำปรึกษา   ว่าลูกสาวของเพื่อน อายุเพียง 4 ขวบ แต่ถ่ายออกมาเป็นตะปูตัวยาวประมาณ 1 นิ้ว   จะถ่ายออกมาเป็นตะปูในวันพระ ถ่ายมา 2 พระแล้ว  ได้ตะปูมา 4 ตัว  แล้วพฤติกรรมก็แปลกไป  เพราะเด็กคนนี้ เรียบร้อยมาก  ยกมือไหว้เสมอเมื่อใครเอาอะไรให้  แต่ ตอนนี้ไม่ยกมือไหว้เลย  แล้วก็ตะกละมาก กินเก่ง  ก่อนนอนก็จะกรีดร้องโหยหวน  จนตีสองตีสาม แล้วก็หลับ  พอไปโรงเรียน ก็กรีดร้องอีก เพราะโรงเรียนอยู่ติดวัด พระจะสวดมนต์เตรียมสอนสมาธิ เด็กก็จะกรีดร้อง     คุณต้อมก็เลยให้พาน้องมาหา   แม่เค้าก็พาน้องมาพบแล้วก็เอาตะปูมาให้ดูด้วย   แล้วคุณต้อมก็ทำน้ำมนต์ให้โดยอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาช่วย  และให้เหล็กไหลองค์เล็กๆให้น้องเค้าแขวนติดตัว 

หลังจากที่น้องเค้ากินน้ำมนต์และแขวนเหล็กไหล  แล้วเราก็ติดตามผล   ปรากฏว่าคืนนั้นน้องเค้าก็เป็นปกติ  ไม่กรีดร้อง  จนวันพระ น้องเค้าถ่ายออกมาเป็นเหลวๆสีดำ  แต่ไม่มีตะปูออกมาแล้ว   น้องเค้าหายแล้วค่ะ

เรื่องนี้จากที่คุยกัน พ่อแม่น้องเค้าก็ไม่มีศัตรู  การโดนคุณไสยแบบเสกตะปู คือการมุ่งหวังถึงชีวิต  เมื่อพ่อแม่เค้าไม่เคยมีศัตรู   ดังนั้นก็เลยมองไปที่ ลมเพลมพัด  การปล่อยของ ของผู้ที่เล่นมนต์ดำ  จะต้องปล่อยของออกจากตัว   น้องเค้าก็เลยโดนมา

ฉะนั้น เรื่องลมเพลมพัดไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยค่ะ  มีอีกหลายๆท่านที่เล่นมนต์ดำ อยู่ไม่ไกลจากเราเลย  มีธาตุกายสิทธิ์คุ้มครองป้องกันไว้ ปลอดภัยกว่านะคะ  ป้องกันในสิ่งที่เรามองไม่เห็น   และสามารถคุ้มครองป้องกัน คนที่เรารักในบ้านเราได้ด้วยค่ะ

 

 
จากคุณ : gas - [ 25 Oct 2011 00:10 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 10
เหล็กไหล เหล็กไหล ตามความเชื่อถือในสังคมไทยถือเป็นเครื่องรางของขลังที่ได้รับความเชื่อถือมายาวนาน อีกทั้งมีความเชื่อที่ว่าเหล็กไหลเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ที่ไกลเกินการพิสูจน์ทราบได้ จนทำให้เกิดผลประโยชน์มหาศาลแก่ผู้ฉวยโอกาส และด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของเหล็กไหลทำให้คนจำนวนมากต่างเสาะแสวงหามาครอบครอง จนเป็นที่มาของมิจฉาชีพที่ต้องการหาประโยชน์จากกลุ่มคนที่เหล็กไหล บทความนี้จึงต้องการนำเสนอความรู้ที่เป็นวิชาการจากผู้รู้จริงเพื่อให้ความรู้เรื่องเหล็กไหลและให้ความกระจ่างแก่ผู้สนใจ และศึกษาในเรื่องนี้ความหมายของเหล็กไหลหรือนิยามของเหล็กไหล มีความคล้ายกันทุกที่ กล่าวคือ คำนิยามของเหล็กไหล ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๑ ให้ความหมายไว้ว่า น.โลหะชนิดหนึ่งที่เชื่อกันว่า เมื่อใช้วิชาเรียกก็ไหลย้อยลงมาเป็นเส้นสีดำเท่าขากรรไกร ในความหมายของจีนเหล็กไหล คือวัตถุธาตุอย่างหนึ่งที่ปรากฏในบรรยากาศรอบๆ ตัว ที่เรียกว่า “ชี่” หรือ “ปราณ” ในความหมายภาษาโยคะ เป็นการกลั่นตัวด้วยกระบวนการพิธีกรรมและว่านยาจนเกิดสิ่งที่เรียกว่า “เหล็กไหล” จีนและทิเบต มีความเชื่อเหล่านี้เรียกว่า “เหล็กสวรรค์” ในข้อมูลของขอมยุคโบราณก็รู้จักกันในชื่อ “เหล็กเย็น” และในเขตมาลายูเรียกว่า “บือซี ซือเละ” มีความหมายตรงตัวว่า “เหล็กไหล” แสดงให้เห็นว่า เหล็กไหลมีอยู่จริง และเป็นที่รู้จักกันมานานจนอาจเรียกได้ว่า มีประวัติศาสตร์ทั่วแผ่นดินมนุษย์โลก ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่า เหล็กไหลเป็นศาสตร์โบราณกาลมิใช่ความรู้เฉพาะศาสนาใดศาสนาหนึ่ง สำหรับประวัติศาสตร์ของเหล็กไหลในสยามประเทศมีปรากฏชัดเจนที่สุดใน “โองการพระเจ้านอโม” กล่าวถึงเหล็กไหลดังนี้ “ตนกูเพ็ชชคงคงแก่ขวานเสน่านาง กระเบากระบี่สิ่งจะฟันกันหยั่นเยิน พะเนินหักฉะนักอยู่อังอะ ตนกูเพ็ชรคงคงแก่แสนธนูหน้าไม้ปืนไฟ ฟ้าดินดับหับบันดาล ทวาทศมิดปิดราษี ด้วยเดชะพระบารมีพระอิสวาสุ สุราไลยในไตรภพตลบวินาศ ตนกูเพ็ชชคงคงแก่เหล็กหมาด มีดตะบองกล้องสะลัดไชย ไม้รวกฉมวกและมีดเหน็บ เลื่อยและเหล็กแหลนหลาวหอกดาบคมขาว ของ้าวคมงอนลงอักษรถ้วนทั้งตัวดาบด้ามคร่ำนพคุณ พยู่บิ่นหินแลงคงแสง กะระมะถะ อสุนิการขวานฟ้าผ่าวังมหาเนาวะโลหะหล่อ เหล็กไหล หัวใจนพรัตนธนูสินเขาโคนินแลเขี้ยวพราย............( อักขระวิธีเดิม ) การประพันธ์โองการพระเจ้านอโมที่กล่าวถึงเหล็กไหลอยู่ประมาณปลายสมัยอยุธยาหรือต้นสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าเรื่องเหล็กไหลหรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า “เจ้าแม่ทองธรรมชาติ” ในสังคมสยามมีมานานกว่าสองร้อยปีมาแล้ว และจากเนื้อความ ทำให้เชื่อได้ว่า โลหะธาตุชนิดนี้มีคุณลักษณะเด่นด้านคุ้มครองป้องกัน และข่มอาถรรพ์เป็นประการสำคัญ ดังปรากฏในเนื้อความอีกหลายเรื่อง อาทิ วรรณคดีขุนช้างขุนแผน ในแง่เครื่องรางของขลัง แท้จริงเหล็กไหลจัดเป็นความรู้เรื่องเคมียุคโบราณที่เก่าแก่โดยอาศัยความเข้าใจในการเรียนรู้ธาตุของธรรมชาติ อีกทั้งการใช้จิตที่มีสมาธิทำให้เกิดการประชุมธาตุอย่างถูกวิธี จนเกิดเป็นธาตุใหม่และสังเคราะห์เป็นชีวิตและวิญญาณขึ้นได้ จึงเป็นที่ได้มาซึ่งความสำเร็จในการเรียกเหล็กไหล ในความเข้าใจของคนส่วนใหญ่เมื่อกล่าวถึงเหล็กไหล จะคิดว่าเหล็กไหลจะต้องทำการเรียกหาจากถ้ำแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งความจริงแล้วผู้มีวิชาสามารถที่จะเรียกเหล็กไหลตามที่โล่งแจ้งได้ พิธีกรรมเรียกเหล็กไหลในถ้ำ สถานที่ที่เหมาะสมในการเรียกเหล็กไหล หรืออาจเรียกได้ว่า เป็นที่อยู่ของธาตุกายสิทธิ์ จะปรากฏในแถบขุนเขา และถ้ำที่มีลักษณะเป็นแอ่งอย่างกระทะ หรือที่เรียกในหมู่นักสายเวทว่า “กระทะรับฟ้า กะลาครอบดิน” หมายความว่า บริเวณดังกล่าวมีลักษณะพื้นล่างอย่างแอ่งกระทะ ซึ่งแอ่งกระทะเปรียบเสมือนเลนซ์ธรรมชาติที่หลอมรวมพลังงานต่างๆ ในบรรยากาศให้ช่วยในการก่อตัวของธาตุเหล่านั้นโดยข้อสำคัญจะต้องมีธาตุที่สามารถสนับสนุนการกำเนิดได้คือ น้ำ เป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งเป็นลักษณะน้ำใต้แผ่นดินหรือแอ่งน้ำก็ได้ ส่วนด้านบนเป็นกะลาครอบดินคือต้องมีลักษณะเป็นกะลาที่มีตากะลาหงายขึ้น และต้องมีปล่องหรือช่องที่สามารถรับมวลพลังงานต่างๆ จากฟากฟ้าที่เรียกว่าช่องเปิดอากาศและให้แสง (ธาตุไฟ) ซึ่งทำให้ ลม อากาศ แสงสว่าง ผ่านได้ การเรียกเหล็กไหล ความแท้จริงเหล็กไหลเป็นธาตุกายสิทธิ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีพลังอำนาจในตัวเองเนื่องจากเกิดขึ้นโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความแตกฉานด้านพระเวทย์ ทำให้เชื่อว่าเป็นโลหะทางไสยศาสตร์จากความรู้ข้างต้นทำให้เราทราบถึงที่มาของธาตุจึงกล่าวได้ว่า เหล็กไหลเป็นธาตุชนิดหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษในตัวเองเป็นอณูเล็กๆ ที่สามารถเกาะกลุ่มรวมตัวกันเป็นมวลที่หนาแน่นจนสามารถรูปคลำได้ ทั้งนี้การที่จะรวบรวมอณูทิพย์ ( ดิน น้ำ ลม ไฟ และญาณ ) โดยใช้กสิณสังเคราะห์ธาตุก็ด้วยกระบวนการ ๒ ส่วนคือ ๑. กัก และล่อด้วยว่านยาสิ่งอาถรรพณ์ ๒. ดึงดูดเชื้อเชิญสะกดข่มด้วยอาคม ลักษณะสองประการนี้ มีคติความรู้มาจากพราหมณ์ และพุทธโบราณที่ศึกษามันตราญาณอย่างลึกซึ้งและสร้างสรรค์วิชานี้ขึ้นเรียกกันว่า ตัชชารีวิชา ในแขนงสายเวทชื่อว่า “ธาตุตัชชารีวิชา” คือ การเล่นแร่แปรธาตุ จัดเป็นมายาฤทธิ์ที่เกิดจากคุณวิชาอาคมซึ่งเป็นมายาประดับโลกอย่างหนึ่งในสายตาผู้หลุดพ้นของพระอริยะเจ้าทั้งหลายแล้ว การกัก และล่อเหล็กไหลโดยใช้วัตถุล่อ คือ ล่อด้วยว่านยาเกสรมาลา กล่าวคือน้ำผึ้ง นิยมให้น้ำผึ้งที่โดดเดี่ยว ยิ่งมีอายุมากยิ่งดี และจะต้องเป็นน้ำผึ้งสามเพ็ญ (สามเพ็ญหมายถึง ต้องนำน้ำผึ้งอาบพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ 3 ปี) จึงจะมีรสหวานหอมอย่างประหลาด และที่สำคัญมีสีปัทมราช คือ สีทับทิมยิ่งดี หรือหากเป็นน้ำผึ้งป่าที่ได้ในป่าสมบูรณ์ จะมีกลิ่นหอม หรือหากเป็นน้ำผึ้งของรังผึ้งหลวงที่ขึ้นบนยอดผาสูงโดดเดี่ยวยิ่งดี และหากมีคดผึ้งในรังผึ้งเชื่อว่าจะเสริมอานุภาพเหล็กไหลให้ศักดิ์สิทธิ์เป็นทวีคูณหากได้น้ำผึ้งชนิดนี้ ล่อด้วยน้ำกลางหาว ในที่นี้คือ น้ำมะพร้าวหรือมะพร้าวอ่อน แต่หากให้ดีจริงๆ โดยกำหนดว่าดีที่สุดต้องเป็นน้ำมะพร้าวไฟโทน ความหมายคือ น้ำมะพร้าวพันธุ์ที่มีเปลือกลูกออกสีส้มแดงเรียกว่า มะพร้าวไฟ และขึ้นโดดเดี่ยว ควรนำมาใช้สดๆ เพราะยังมีความหอมหวน จะช่วยให้ธาตุกายสิทธิ์จับตัวกันง่าย ล่อด้วยน้ำกลางหาวจริงๆ คือ น้ำค้างหรือน้ำหมอกซึ่งจะซับไอทิพย์ในอากาศได้มาก หรือ น้ำโมกผาคือน้ำที่ไหลผ่านชะง่อนผา หรือรวมถึงน้ำที่เกิดจากการใช้วิชาทางจิตเรียกออกจากแผ่นผาโดยตรง ฯลฯ หรือการใช้อำนาจว่านชั้นพฤกษาเทวาเทพธิคุณที่ทรงอิทธิฤทธิ์สูง เช่น ดินกากยายักษ์ เครื่องบูชาในการเรียกธาตุกายสิทธิ์ หรือธาตุทิพย์ตามธรรมเนียมจะต้องมีบายศรีเทพอย่างน้อย ๑ คู่ เพื่อรับเทพหรือวิญญาณที่จะมาปฏิสนธิขั้นตอนต่อมา คือ การเรียกเหล็กไหล การเรียกเหล็กไหลหรือการหรือใช้คำว่า “หุง” มีปรากฎในตำนานพุทธโบราณมีการบันทึกไว้ในลิลิตโองการพระพัทธในสมัยสุโขทัยว่า “น้ำฟ้าฟาดฟองหาว ดับเดโชฉ่ำหล้า” หมายถึง การเกิดโลกใหม่ และเกิดฝน จนเกิดการระอุของไอดินที่เรียกว่า ง้วนดิน ดังความต่อไปว่า “จึ่งเจ้าตั้งผาเผือกผาเยอ ผาหอมหวานจึ่งขึ้น หอมอาย ( ไอ ) ดินเลอก่อน สรดึ้นหมู่แมนมา ตนเขาเรืองร่อนหล้าเลอหาวหาวันคืนไปได้ จ้าวชิมดินแสงหล่น เพียงดับไต้มือมน” เนื้อความของลิลิตตอนนี้เป็นเคล็ดวิชาการหุงเหล็กไหลอย่างหนึ่ง ตามคติอภัสราพรหมลงกินง้วนดิน จนเกิดสรรพชีวิตรวมทั้งมนุษย์บนโลกนี้ขึ้นซึ่งการหุงเหล็กไหลก็คือ ให้ไอเหล็ก ( ทิพย์ ) ลงกินว่านยา ซึ่งในที่นี้คือน้ำผึ้งทำหน้าที่เหมือนง้วนดินเมื่ออณูทิพย์ลงมากินแล้วอาจารย์ผู้เรียกจะต้องใช้อาคมสะกด จะต้องแม่นในเวทมนต์คาถา และสมาธิจิตซึ่งต้องวางอารมณ์ให้นิ่งและถูกจุดจริงๆ บทมนต์คาถามีหลายฉบับ และหลายสำนวน อาทิ มนต์คาถาหนึ่งมาจากบาลีสูตรมูลกัจจายน์ เนื้อความจะเป็นการเชิญพระเวทเข้ามาประชุมธาตุ แบ่งเป็นตัวอักขระพ่อ ๒๑ ตัว อักขระตัวแม่ ๑๒ ตัว ( อักขระแทนธาตุต่างๆ ) เมื่อพ่อแม่มาเจอกันจะเกิดเป็นชีวะขึ้น เป็นไปตามหลักอภิธรรม ช่วงสะกดจะใช้กสิณโดยอาจารย์ผู้เรียกจะใช้การตั้งจิตต้องการให้เหล็กไหลโดดเด่นทางด้านใดก็จะใช้เวลาช่วงนี้อธิษฐานจิตให้เป็นตามนั้น เช่น มีอำนาจหรือมีเมตตามหานิยมขึ้นกับอาจารย์ผู้เรียก จะให้เป็นรูปทรงต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับอาจารย์ผู้เรียก เช่น รูปพระสมเด็จ รูปหลวงปู่ทวด วิชานี้เป็นวิชาที่ฤาษีใช้กัน (ฤาษีแปลงสาร) ชนิดของเหล็กไหล เหล็กไหลน้ำหนึ่ง คือเหล็กไหลที่ใช้วิชาเรียกให้ยืดย้อย และตัดด้วยคาถา มีอยู่ 3 ชนิด คือ เหล็กไหลสีปีกแมลงทับ, เหล็กไหลเงินยวง และเหล็กไหลทองปลาไหล การดูแลรักษาสำหรับผู้มีเหล็กไหลในครอบครอง เนื่องจากการกำเนิดของเหล็กไหลเหมือนหลักการกำเนิดของสิ่งมีชีวิตเช่นเรา กล่าวคือ เมื่อตอนกำเนิด เหล็กไหลเปรียบเสมือนเด็กอ่อนแรกเกิด ดังนั้นสิ่งแรกที่เขาเห็นจะอยู่ในสัญญาหรือความจำของเขา สิ่งแรกที่เขาเห็นคือ ตัวอาจารย์ผู้ประกอบพิธี หากอาจารย์ทำการอธิษฐานจิตอย่างไรเหล็กไหลก็จะเป็นไปตามนั้น เหล็กไหลจะมีอานุภาพสูงสุดโดยผู้เรียกหรือผู้อัญเชิญจะต้องเป็นบูรพาจารย์ระดับพระอริยะเจ้าหรือผู้ทรงวิทยาคมอย่างแก่กล้า และเมื่ออยู่ในการครอบครองของผู้เป็นเจ้าของต่อมา ผู้ครอบครองเป็นคนอารมณ์อย่างไรนิสัยอย่างไร เหล็กไหลจะผนึกเอานิสัยนั้นมาสู่ตัวเขาเช่นกัน หากผู้ครอบครองไม่มีศีลธรรม เหล็กไหลก็จะเป็นไปในฝ่ายอกุศลด้วย แต่หากผู้ครอบครองมีศีลธรรม เหล็กไหลก็จะเป็นไปในฝ่ายกุศล ดังนั้นหากต้องการให้เหล็กไหลมีฤทธิ์อำนาจเพิ่มมากขึ้นและสามารถแสดงฤทธิ์ได้ตลอดนั้น ผู้ที่เป็นเจ้าของต้องหมั่นสร้างบุญกุศลและประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในคุณงามความดี หมั่นเจริญ ทาน ศีล ภาวนา และหมั่นอุทิศบุญกุศลให้กับเทพเทวาผู้รักษาเหล็กไหลเสมอๆ เป็นการฝึกให้เหล็กไหลอยู่ในฝ่ายกุศลเสมอๆ จะมีคุณอันมาก เหล็กไหลจะมีอานุภาพสูงสุดผู้เป็นเจ้าของต้องหมั่นเจริญกรรมฐานเป็นประจำ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของเหล็กไหลจะให้ได้ผลสมบูรณ์ ขึ้นอยู่กับวิธีการที่จะนำเหล็กไหลไปใช้งานโดยการบอกกล่าวเหล็กไหลให้ทราบถึงเหตุ และปัจจัยของตนหรือการอธิษฐานจิตก่อนจะใช้งาน เพื่อให้เหล็กไหลรู้ตัวว่า ผู้เป็นเจ้าของปรารถนาสิ่งใดๆ ที่ไม่เกินความสามารถของเทพเทวาผู้ดูแลรักษาเหล็กไหลจะให้ได้ กลโกงเล่ห์เหลี่ยมของทุรกรรมเหล็กไหล จากความเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์หรือความวิเศษของเหล็กไหล ทำให้เกิดการหาผลประโยชน์จากความเชื่อดังกล่าวมากมาย ประเด็นที่ถูกหยิบยกในเรื่องของอานุภาพของเหล็กไหลมีมากมายอาทิ การดับดินปืน การดับพิษน้ำกรด เหล่านี้เป็นต้น เพื่อการโฆษณาชวนเชื่อให้ผู้สนใจครอบครองมีความต้องการมากขึ้น และนำมาซึ่งการเสียเงินเสียทองให้ผู้หลอกลวง ต่อไปจะขอชี้แจงประเด็นการกล่าวอ้างด้านอานุภาพดังกล่าว 3 ประการ ดังนี้. กลเม็ดการดับดินปืน การยิงทดสอบเหล็กไหลด้วยปืน เป็นวิธีหนึ่งที่ถูกนำมาทดสอบบ่อยๆ ซึ่งการทดสอบจะเป็นเล่ห์กลโกงที่ทำให้ลูกกระสุนไม่ทำงานตามหน้าที่ โดยผู้ที่มีความรู้ด้านกระสุนปืนทำการหลอกลวง ทำเป็นขบวนการ ยกตัวอย่าง ผู้หลอกลวงจะทำดินปืนขึ้นมาสองชุดหรือมากกว่า นำชุดหนึ่งไปทำให้ดินปืนเสื่อมสภาพโดยสลับแช่น้ำร้อน และน้ำเย็นหลายๆ ครั้งจนปลอกลูกปืนขยายทำให้ไอน้ำซึมเข้าทำลายสภาพดินปืนให้เสื่อม หรือนำดินปืนแช่น้ำร้อนแล้วแช่ตู้เย็นหรือน้ำเย็นจัด ดินปืนจะเสีย ยิงไม่ออก ส่วนกลเม็ดในการสับเปลี่ยนลูกปืนที่ยังดีอยู่กับลูกปืนที่เล่นกลเป็นกลยุทธ์ที่ฝึกความไวของมือ และเทคนิคการบังมุมเหมือนนักเล่นกล กลเม็ดการดับพิษน้ำกรด เป็นวิธีที่ผู้หลอกลวงอ้างว่า การกินหรืออาบน้ำมนต์เหล็กไหลจะสามารถคงทนป้องกันอันตรายได้ แม้กระทั่งน้ำกรด โดยผู้หลอกลวงท้าให้ผู้สนใจลองกำเหล็กไหลแล้วนำมือแช่ในน้ำกรด ซึ่งผู้หลอกลวงจะนำเอาเหล็กหรือตะปูแช่น้ำกรดให้ดูซึ่งฤทธิ์ของน้ำกรดจะทำลายตะปูจนกร่อนให้เห็น จากนั้นผู้หลอกลวงจะดื่มน้ำมนต์หรือเอามือแช่น้ำมนต์ แล้วเอาน้ำกรดลองราดมือดูหรือให้นำมือจุ่มลงไปในน้ำกรดดู จะปรากฏว่า มือไม่เป็นไร ถือเป็นความอัศจรรย์เป็นที่ตื่นตาตื่นใจ ซึ่งแท้จริงตามหลักวิชาเคมี มีน้ำกรดบางชนิดจะทำปฏิกิริยากับวัตถุแต่ไม่ทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อหรือโปรตีน อีกทั้งการแช่น้ำกรดไม่ได้มีการแช่เป็นเวลานาน จึงทำให้กรดที่ว่าร้ายแรงนั้นจึงไม่เป็นอันตราย และน้ำมนต์ที่ทำอาจจะผสมสารที่เป็นด่างเช่น แชมพู สบู่เหลว เมื่อแช่น้ำมนต์ที่ผสมสารที่เป็นด่างก่อน มือจะเคลือบด่าง และเมื่อนำมาแช่น้ำกรด ด่างจะเกิดปฏิกิริยากับกรดทำให้เป็นกลางแทนจึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้หลอกลวง กลเม็ดการดับเทียน การทำให้เทียนดับได้เอง คือให้บริเวรนั้นปราจากออกซิเจนนั่นเอง ภาพแสดง สำหรับภาพที่ผู้เขียนได้นำมาแสดงเป็นธาตุชนิดหนึ่งที่อยู่ในโลก และจักวาลใบนี้ (ดูดแม่เหล็ก แต่ไม่ดูดกันเอง) สีดำมันวาว อมสีรุ้ง มีจิตวิญฌานถือครอง ที่ผู้เขียนได้รวบรวมเก็บไว้ศึกษาในครั้งสมัยได้นำอัญเชิญธาตุชนิดนี้มาทำวัตถุมงคล คือ พระฤาษีตาไฟบรรจุเหล็กไหล, พระสมเด็จ – พระหลวงปู่ทวดฝังเหล็กไหล, พระโพธิสัตว์กวนอิมฝังเหล็กไหล เป็นต้น. ความสามารถ เหล็กไหลเด่นด้านคงกระพัน สิ่งที่ชอบ เหล็กไหลชอบเสพปรอท น้ำผึ้ง น้ำค้างกลางหาว และชอบแสงจันทร์ในคืนพระจันทร์วันเพ็ญ ผู้เขียน อาจารย์โชติ ริยาพันธ์
 
จากคุณ : อาจารย์โชติ - [ 28 Nov 2011 16:18 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 11
โพส์ร้ปไม่ได้ อยากให้ดูให้หน่อยค่ะว่าใช้เหล็กไหลไหมแต่อ่านข้อความแล้ว ลักษณะเหมือนเหล็กไหลตายซากที่ว่าเลย...เพราะได้มานานแล้วซ ....คุงตาให้มา
 
จากคุณ : อาทิตย์ - [ 10 Feb 2012 00:56 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 12
เหล็กไหล เราสามารถหาได้จากไหนมั่งคับ ผมต้องการที่จะนำมาบูชา โดยที่ไม่ได้คิดว่าจะมาอวดใคร เพราะผมต้องการมาบูชา เพื่อป้องกันตัวผมเอง ผมจะนำมารวมเข้ากับตัวผม แต่ผมว่า ในใจผมก็ยังมีความโลภ อยู่เพราะผมยังอยากได้ อยากมี อยู่ ถ้าผมได้มาผมจะพยายาม นำมาบูชา โดย เก็บไว้กับตัว พยายามที่ที่จะดูแลเหล็กไหล และเมื่อผมต้องตาย ผมก็จะนำไปคืนสู่ที่ ที่นำมา จากสถานที่ ใด ก็ตาม
 
จากคุณ : nattaprom - [ 19 Apr 2013 17:51 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 13
ใครที่สามารถแนะ นำผมได้ ช่วยส่งมาทาง อีเมล์ ppoy20070@hotmail.com ขอความจริงนะคับ เพราะผม นำถือมาก คับ
 
จากคุณ : nattaprom - [ 19 Apr 2013 17:53 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 14
ขอบคุณค่ะที่มาแบ่งปันข้อมูล หนูก็เพิ่งจะบูชาเหล็กไหล 7 สี ค่ะ ของน่าจะมาถึงวันนี้ ขอบคุณข้อมูลมากนะคะ
 
จากคุณ : โมนา - [ 28 May 2013 09:10 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 15
ขอบคุณค่ะที่มาแบ่งปันข้อมูล หนูก็เพิ่งจะบูชาเหล็กไหล 7 สี ค่ะ ของน่าจะมาถึงวันนี้ ขอบคุณข้อมูลมากนะคะ
 
จากคุณ : โมนา - [ 28 May 2013 09:10 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 16
เหล็กไหลมาถึงแล้วค่ะ สวยมากเลย หนูเอาไปหุ้มกรอบแล้วค่ะ มันขึ้นเป็น 7สี สวยมากค่ะ ตอนนี้หมั่นสวดมนต์ นั่งสมาธิ อุทิศให้ทั่น รับรู้ถึงครั้งแรกที่เอามา คือหนู มีสัมผัสที่ 6 หรือ เซน สัมผัสได้เลยว่าพลังเยอะมาก หนูบูชามาจาก ร้านวรันณ์ธร ค่ะ
 
จากคุณ : โมนา - [ 31 May 2013 13:01 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 17
นี่ค่ะเบอร์โทรร้าน วรันณ์ธร 087-7399336 089-8608818 087-8452061 คุณภัสและพนักงานในร้านรับสายค่ะ หรือเข้าไปดูได้ที่ เว็บ Utdid.com หนูบูชาเหล็กไหลมาจากร้านนี้ค่ะ ร้านนี้มีของให้บูชาหลายอย่าง ไม่ใช่เฉพาะ เหล็กไหล พระเครื่องหรือเครื่องรางของขลัง ไหลน้ำพี้ สายสิน หรืออะไรก็แล้วแต่ ปลุกเสก ของในร้านนี้ปลุกเสกเดือนละ 1-2 ครั้ง ค่ะ ไม่ได้ขายของแต่อยากให้เพื่อนๆพี่ๆ ได้ของจริงราคาถูก และปลุกเสกแล้ว หวังดีค่ะ
 
จากคุณ : โมนา - [ 31 May 2013 13:10 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 18
ขอบคุณค่ะ น้องโมนา พี่เข้าไปดูในเว็บ ร้านวรันณ์ธร แล้ว เจอประสบการณ์ และปาฏิหาร์ ของคนที่บูชาเครื่องรางของขลังร้านนี้ ศักดิ์สิทธฺ์ มากจริงๆค่ะ
 
จากคุณ : กิ๊บ - [ 31 May 2013 13:12 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 19
ถ้าหากของขลังตายชากแล้วพอจะมีวิธีปูกเสกขื้นมาไหม่อีกใด้ไหม และถ้าหากเราไม่รู้ว่ามันตายจรีงหลือเปล่า เราควร ทดสอบแบบไหนดี
 
จากคุณ : sengchanchanlasy - [ 3 Jun 2013 00:45 ]  
 
 
 
ความคิดเห็นที่ 20
เข้าไปดู Utdid.com ตามที่น้องโมนาแนะนำ รู้ได้เลยว่าเป็นของปลอมทั้งร้าน เพราะ ดูจากนารีผลมีเป็นเพศชายด้วย ชื่อก็บอกอยู่แ้ล้วว่า นารีผลหรือมักลีผล ว่าเป็นผู้หญิง ชื่อไม่ได้บอกเลยว่า บุรุษผล ...และในพระไตรปิฎก ไม่ได้พูดถึงเลยว่ามี มักลีผลที่เป็นผู้ชายด้วย ตอนหลังคิดก็มีคิดเองว่า เมื่อมีผู้หญิงและก็ต้องมีผู้ชายเป็นของคู่กัน ก็อุตริสร้างขึ้นมาหลอกให้พวกไม่รู้ ซื้อไปบูชาแบบผิดๆ ต้นนารีผลหรือมักลีผล ประวัิตมีที่มาและที่ไป นารีผลจะยังมีอยู่จนกว่าจะครบ 1 หมื่นปี ก็จะเสื่อมสลายไปจากป่าหิมพานต์ในที่สุด พระอินทร์ได้เนรมิตร ต้นนารีผล ออกลูกเป็นผู้หญิงสาวสวย เพื่อลอกให้พวกคนธรรพ์ วิทยาธร พวกฤาษี เสพกามกับนารีผล เพื่อปัองกันไม่ให้บุคคลเหล่าดี มาทำมิดีมิร้าย แกพระนางมัทรีซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในป่าหิมพานต์แห่งนี้ ถ้าหากเป็นแบบนี้ มันจะมีมักลีผลเป็นเพศชายได้อย่างไร เมื่อครบ 1 หมื่นปี ทั้งอาศรมและมักลีผลจะก็สลายไปในที่สุดตามอายุที่พระอินทร์ ท่านเนรมิตเอาไว้ ขี้เกียจเล่า ไปหาอาจเอาเอง(จากผู้รู้จริงนั้น ไม่ใช่จากพวกหลอกขายของ)
 
จากคุณ : แจ๋ว รู้จริง - [ 12 Jun 2013 14:12 ]  
 
 
Page :
1   2  
 
Post by
*
Email
Message
 
 

 
  ติดต่อ 085-3831100 และ 086-1043445 (จักริน) ครับ  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 

ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซด์ FlashSanook แฟลชเกมสนุกของคนออนไลน์